Vinaora Nivo SliderVinaora Nivo SliderVinaora Nivo SliderVinaora Nivo SliderVinaora Nivo SliderVinaora Nivo SliderVinaora Nivo SliderVinaora Nivo SliderVinaora Nivo SliderVinaora Nivo SliderVinaora Nivo SliderVinaora Nivo SliderVinaora Nivo SliderVinaora Nivo SliderVinaora Nivo SliderVinaora Nivo SliderVinaora Nivo SliderVinaora Nivo SliderVinaora Nivo SliderVinaora Nivo Slider
คัดมาให้คิด
เรื่องราวอันเต็มไปด้วยอนุสติเตือนใจและข้อคิดอันเป็นคติธรรมทั้งที่ถูกระบุไว้ในซุนนะห์ และชีวประวัติของเหล่าบรรพาชนรุ่นสะลัฟซอลิฮ์ (บรรดาชนผู้ทรงคุณธรรมรุ่นแรกของอิสลาม) ตลอดจนภูมิปัญญาที่เปี่ยมด้วยข้อคิด ปฏิภาณและข้อมูลสาระของเหล่านักวิชาการรุ่นถัดมา
ไฟล์เสียงสอนกิตาบต่างๆ ทั้งอาหรับ-มลายู
ประวัติศาสตร์ อัล-อันดะลุส
อัลอันดะลุส ดินแดนอิสลามในอดีตซึ่งชาวมุสลิมได้พิชิตในปีฮ.ศ.91/คศ.710 และดำรงอยู่ต่อมาจนถึงปีฮ.ศ.897/คศ.1492 รวมระยะเวลา 782 ปี และสูญเสียแก่อาณาจักรคริสเตียนในสเปนจวบจนปัจจุบันนับเป็นเวลา 515 ปี นับเป็นดินแดนแห่งประวัติศาสตร์อิสลามอย่างแท้จริงที่รวมเอาเรื่องราวการพิชิตของชาวมุสลิมในยุคแรก การต่อสู้และทุ่มเทเพื่อสร้างเสถียรภาพให้แก่อาณาจักรอิสลามในซีกตะวันตกของโลกอิสลาม
จักรวรรดิอุษมานียะห์ เมื่ออาทิตย์อัสดง
"อัลอุษมานียูน" หมายถึงพงศ์พันธุ์ของอุษมาน ข่านที่ 1 ผู้เป็นปฐมซุลตอนแห่งจักรวรรดิ อุษมานียะห์ (ออตโตมาน เติร์ก) จักรวรรดิอุษมานียะห์อันเกรียงไกรได้ก่อเกิดขึ้นในคาบสมุทรอนาโตเลียของ ตุรกีบนความล่มสลายของอาณาจักรซัลญูกียะห์ (เซลจูก เติร์ก) ในปีค.ศ. 1281 แล้วเริ่มเติบโตขึ้นเป็นลำดับจนกลายเป็นมหาอำนาจของโลกตลอดช่วงระยะเวลามากกว่า 6 ศตวรรษ
นักปราชญ์ในสายธารอารยธรรมอิสลาม
อารยธรรมอิสลาม ถือเป็นอารยธรรมสากลที่ได้รับการสืบสาน ต่อยอด ประดิษฐ์คิดค้น วิเคราะห์ และแก้ไขโดยบรรดานักปราชญ์ผู้ทรงภูมิในศาสตร์แขนงต่างๆ ซึ่งมิใช่มีแต่เพียงชาวมุสลิมเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงศาสนิกชนอื่นๆ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนอารยธรรมจนกระทั่งบรรลุสู่ความเจริญสุดขีดและยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์โลก คุณูปการของอารยธรรมอิสลามและเหล่านักปราชญ์ในสายธารอารยธรรมอันทรงพลังนี้ได้วิวัฒน์โลกใบนี้สู่ความเจริญและก้าวกระโดดอย่างไม่เคยมีมาก่อน
บอกเล่าเก้าสิบ
อัล-กุรอานกับคริสตชน
ศานติจงมีแด่ผู้ถือตามมรรคาแห่งพระเป็นเจ้า
ความเป็นมาของศาสนาอิสลามในประเทศไทย
อิสลามผู้พิชิต
พระผู้เป็นเจ้า (ซ.บ.) ได้ทรงปลุกความรักและหวงแหนที่มีต่ออิสลามให้คุกรุ่นอยู่ตลอดเวลาในหัวใจของอิสลามิกชนและเหล่าบุรุษแห่งบรรพชนรุ่นแรก ๆ โดยสืบสานการเรียกร้องซึ่งก็ได้ตามที่ปรารถนาเอาไว้อย่างไม่หยุดยั้ง
มูลเหตุแห่งการประทานอายะฮฺอัล-กุรอาน
(อัซบาบุน-นุซูล)
ฮิกายัต (เรื่องเล่า) มลายูบางกอก
เรื่องราวความเป็นมาของชุมชนมุสลิมในเขตกรุงเทพมหานคร และเขตปริมณฑลในจังหวัดใกล้เคียง มีความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ชุมชนและความมีตัวตนและรากเหง้าที่มาของประชาคมมุสลิม ซึ่งบางแห่งมีความเก่าแก่ ย้อนกลับไปถึงช่วงก่อนกรุงรัตนโกสินทร์โน่นเลยทีเดียว
ประะมวลเหตุรายเดือนในประวัติศาสตร์อิสลาม
เหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์อิสลาม แยกหมวดตามเดือนอิสลาม
กฎไวยากรณ์ภาษามลายูเบื้องต้น
ภาษามลายูหรือภาษายาวี เป็นภาษาของชาติพันธุ์มลายูซึ่งมีประชากรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลายร้อยล้านคน มีนิวาสถานอยู่ในแหลมมลายู, หมู่เกาะของอินโดนีเซีย และหมู่เกาะทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ภาษามลายูหรือยาวีมีพัฒนาการมาจากภาษาถิ่นของกลุ่มชาติพันธุ์มาเลย์ - ชวาเป็นหลัก และผสมผสานกับภาษาต่างถิ่นของชนชาติที่นำเอาอารยธรรมของตนเข้ามาเผยแผ่ยัง ภูมิภาคนี้นับแต่โบราณกาล ซึ่งมีทั้งชาวอินเดียใต้ เช่น พวกทมิฬ, ชาวเปอร์เซีย และชาวอาหรับ
กฎหมายอิสลามเบื้องต้น
หลักนิติธรรมอิสลาม (อัชชะรีอะฮฺ อัลอิสลามียะฮฺ) หมายถึง สิ่งซึ่งพระองค์อัลลอฮฺ (سبحا نه وتعالي) ได้ทรงบัญญัติสิ่งนั้นเอาไว้แก่มวลบ่าวของพระองค์จากบรรดาหลักการทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นบรรดาหลักการที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการยึดมั่น (อัลอะกีดะฮฺ) หรือหลักจริยธรรม (อัลอัคลาก) หรือการจัดระเบียบสิ่งที่ออกมาจากมนุษย์ทั้งวจีกรรม, กายกรรมและการทำธุรกรรมทั้งหลาย (ดร.ซูฟีย์ หะซัน อบูฏอลิบ)
สัจจพยากรณ์ที่ได้รับการคัดสรร
(ดะลาอิลุ้ลนุบูวะฮฺ อัลมุคตาเราะฮฺ) ส่วนหนึ่งจากบรรดาหลักฐานที่ชี้ชัดถึงความเป็นศาสดาประกาศกและการเป็นศาสนทูตแห่งองค์พระผู้เป็นเจ้าของท่านศาสนฑูต นั้นคือการแจ้งข่าวพยากรณ์อันเป็นสัจจะของท่านต่อเหตุการณ์ในกาลข้างหน้าที่จะเกิดขึ้นตามนั้นหลังจากท่านได้สิ้นชีพหรือยังคงมีชีวิตอยู่ก็ตาม
ชื่อบ้านนามเมือง
ข้อมูลโดยสรุปที่เกี่ยวกับชื่อเมืองสำคัญในประวัติศาสตร์อิสลามและโลกมุสลิม ทั้งนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้น สำหรับการค้นคว้ารายละเอียดที่มากขึ้นจากตำราเฉพาะทางต่อไป วัลลอฮุวะลียุตเตาฟีก
“ออแฤ นนายู บาเกาะ” คนมลายูบางกอก
“เมืองบางกอก” นับแต่ครั้งอดีตมีประชาคมมลายูอาศัยอยู่มาก่อนแล้ว สามารถนับย้อนขึ้นไปถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เนื่องจากเมืองบางกอกเป็นเมืองหน้าด่านที่กองเรือสินค้าซึ่งจะล่องขึ้นไปกรุงศรีอยุธยาจะต้องแวะจอดเพื่อแจ้งให้เจ้าพนักงานฝ่ายกรมท่ารับรู้ถึงการเข้าออกปากแม่น้ำเจ้าพระยา
ชาวมุสลิมกับการค้นพบทวีปอเมริกาทั้งสอง
แปลมาจากต้นฉบับภาษาอาหรับที่ชื่อ “อัลมุสลิมูน วักติชาฟุ้ลอัมรีกะตัยน์” (ชาวมุสลิมกับการค้นพบทวีปอเมริกาทั้งสอง) เขียนโดย คอลิด อัซบฺ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับภูมิศาสตร์อิสลามและความพยายามของนักปราชญ์ชาวมุสลิมในการบันทึกเรื่องราวในอดีตเก่าก่อน โดยเฉพาะการสำรวจท้องทะเลแห่งมหาสมุทรแอตแลนติกซึ่งผู้คนในสมัยโบราณเรียกขานมันว่า ทะเลแห่งความมืดมน
กรมอาสาจาม อาณาจักรจัมปา (CHAMPA) และชนชาติจาม
จัมปา (CHAMPA) คืออาณาจักรของพวกจามซึ่งเคยตั้งอยู่บนฝั่งทะเลของประเทศเวียดนามปัจจุบัน จากจารึกจามสมัยโบราณทำให้ทราบได้ว่าชนชาติจามเป็นเผ่ามลายู ซึ่งเป็นชาติพันธุ์ออสโตรนีเซียเช่นเดียวกับชาวชะวาในอินโดนีเซีย
นักวิชาการนามอุโฆษ

สัจจพยากรณ์ถึงการเสียชีวิตของท่านหญิงฟาติมะห์ อัซซะฮฺรออฺ (รฎ.)

ปรับขนาดตัวอักษร :

จากท่านหญิงอาอิชะฮฺ (รฎ.) ได้เล่าว่า ฟาฏิมะฮฺ (รฎ.) ได้เล่าให้ฉันทราบว่า

سَارَّنِيْ رسوْل اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فَقَالَ :

أَنَّ جِبْرِيلَ كَانَ يُعَارِضُنِي بِالْقُرْآنِ فِي كُلِّ سَنَةٍ مَرَّةً ، وَإِنَّهُ عَارَضَنِي الْعَامَ مَرَّتَيْنِ ، وَلَا أَرَى ذلِكَ إِلَّا اقْتِرَابِ أَجَلِىْ ، فَاتَّقِىْ اللهَ وَاصْبِرِىْ فَنِعْمَ السَّلَفُ أَنَالَكِ فَبَكَىْتُ ، ثُمَّ سَارَّنِىْ فَقَالَ : أَمَاترضىْنَ أَنْ تَكُوْنِيْ سَيِّدَةَ نِسَاءِالْمُؤْمِنِيْنَ - أَوْسَيِّدَةَنِسَاءِهَذِهِ الْأُمَّةِ فَضَحِكْتُ  متفق عليه

 

ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ (ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม) ได้กระซิบบอกเป็นความลับแก่ฉัน ท่านกล่าวว่า

"แท้จริงญิบรีล (อ.ล.) เคยสอบทวนอัล-กุรอานกับฉันในทุกๆ ปี หนึ่งครั้ง  และแท้จริงในปีนี้ญิบรีล (อ.ล.) สอบทวนอัล-กุรอานกับฉัน 2 ครั้ง และฉันก็ไม่เห็นว่าสิ่งดังกล่าวบ่งถึงอะไรนอกเสียจากอายุขัยของฉันใกล้จะหมดลง  ดังนั้น เธอจงมีความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ และจงมีความอดทน ผู้ที่จากไปก่อนที่ดียิ่งคือฉันสำหรับเธอ"  ฉัน (ฟาฏิมะฮฺ) จึงร้องให้, ต่อมาท่านก็กระซิบบอกเป็นความลับแก่ฉันอีก ท่านกล่าวว่า "เธอไม่ยินดีหรอกหรือที่เธอจะได้เป็นนายหญิงของบรรดาสตรีแห่งเหล่าศรัทธาชน -หรือเป็นนายหญิงของบรรดาสตรีแห่งประชาชาตินี้- แล้วฉันก็หัวเราะ

(รายงานพ้องกันโดย อัล-บุคอรียฺและมุสลิม)

 

ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ บุตรีของท่านศาสนทูต พระนางคือนายหญิงของเหล่าสตรีทั้งหลายในโลก เป็นมารดาของท่านอัลหะสัน (รฎ.) และอัลหุสัยนฺ (รฎ.) มุหฺสิน, อุมมุกัลษูม และซัยหนับ (รฎ.) ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ (รฎ.) เป็นบุตรีคนเล็กของท่านศานฑูตที่ท่านรักมาก ท่านหญิง (รฎ.) ถือกำเนิดก่อนหน้าการแต่งตั้งท่านศาสนทูตเพียงเล็กน้อย บางกระแสระบุว่า ท่านหญิง (รฎ.) ถือกำเนิดขณะที่อัลกะอฺบะหฺกำลังได้รับการบูรณะ และขณะท่านศาสนทูตมีอายุได้ 35 ปี พระนางได้สมรสกับท่านอะลี อิบนุ อบีฏอลิบ (รฎ.) ในปีที่ 2 หลังสมรภูมิบัดร์

 

และลูกหลาน (อะหฺลุ้ลบัยตฺ) ของท่านศาสนทูตโดยตรง ล้วนแล้วแต่สืบผ่านทางท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ (รฎ.) เมื่อครั้งท่านศาสนทูตเจ็บหนักก่อนเสียชีวิต ท่านหญิงได้เฝ้าอาการของท่านศาสนทูต และพระนางได้ร่ำไห้ ท่านจึงบอกกับพระนางว่า พระนางคือครอบครัวของท่าน (อะฮฺลุลบัยต์) คนแรกที่จะเสียชีวิตตามท่านศาสนทูตไป และบอกอีกว่าพระนางคือนายหญิงแห่งบรรดาสตรีของประชาชาตินี้ พระนางก็หัวเราะ และเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ

 

ครั้นเมื่อท่าน ศาสนทูตได้เสียชีวิตแล้ว ท่านหญิงอาอิชะฮฺ (รฎ.) จึงได้ถามพระนางถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น พระนางจึงเล่าให้ท่านหญิงอาอิชะฮฺ (รฎ.) ให้ทราบถึงเรื่องดังกล่าว (อัลบุคอรียฺ ในอัลม่านากิบ (3623) และมุสลิมในฟะฎออิล อัศ-เศาะหาบะฮฺ (2450) หลังจากการเสียชีวิตของท่านศาสนทูตได้ราว 5 เดือนเศษ ท่านหญิงก็เสียชีวิตตามท่านศาสนทูตไป พระนางมีอายุ 24-25 ปี ขอพระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ได้ทรงพึงพอพระทัยต่อนายหญิงของพวกเราด้วยเทอญ

 

อนึ่ง มีรายงานจากท่านอัชชะอฺบีย์ว่า เมื่อท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ (รฎ.) ได้ล้มป่วย ท่านอบูบักร (รฎ.) ได้มาหาและขออนุญาต (เพื่อเข้าเยี่ยม) ท่านอะลี (รฎ.) จึงกล่าวว่า : โอ้ ฟาฏิมะฮฺ นี่แน่ะท่านอบูบักรได้มาขออนุญาตเธอน่ะ ! ท่านหญิงจึงกล่าวว่า : ท่านพอใจให้ฉันอนุญาตแก่เขาหรือไม่ ท่านอะลี (รฎ.) ตอบว่า : ได้สิ ! ท่านอัชชะอ์บีย์กล่าวว่า:ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺได้ปฏิบัติตามสุนนะฮฺ (ขอพระองค์อัลลอฮฺทรงพึงพอพระทัยต่อพระนาง)

 

ทั้งนี้พระนางจะไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าบ้านของสามีนอกจากได้รับอนุญาตจากสามีเท่านั้น อัชชะอฺบียฺกล่าวต่อว่า “แล้วพระนางก็ให้อนุญาตแก่ท่านอบูบักร (รฎ.) ท่านอบูบักร (รฎ.) จึงได้เข้าไปพบพระนางโดยทำให้พระนางมีความพึงพอใจ (จากเรื่องกินใจเกี่ยวกับมรดกของท่านศาสนทูต)  ท่านอบูบักร (รฎ.) กล่าวว่า : "ขอสาบานต่อพระองค์อัลลอฮฺ ฉันมิได้ละทิ้งบ้าน ทรัพย์สิน ครอบครัว และวงศ์ญาติ นอกจากเป็นไปเพื่อการแสวงหาความพึงพอพระทัยของพระองค์อัลลอฮฺ ท่านศาสนทูต และความพึงพอใจของพวกท่านเหล่าวงศ์วานของท่านศาสนทูต"

 

อัชชะอฺบียฺกล่าวว่าภายหลังอบูบักรก็คงพยายามทำให้พระนางพึงพอใจ จนในที่สุดพระนางก็พึงพอใจ (ไม่ติดใจอันใดอีก) (เฏาะบะกอต อิบนุ สะอ์ดฺ 8/27 เป็นสายรายงานมุรสัล ผู้รายงานเชื่อถือได้ จาก สิยัร อัลอะอ์ลาม 3/426-427)

 

อนึ่ง กลุ่มชนที่เกลียดชังท่านหญิงอาอิชะฮฺ (ร.ฎ.) และท่าน อบูบักร อัศ-ศิดดีก (ร.ฎ.) ได้พยายามสร้างมายาคติในเชิงลบต่อบุคคลทั้งสองว่าเป็นศัตรูกับอะฮฺลุลบัยต์ โดยเฉพาะกับท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ อัซ-ซะฮฺรออฺ (ร.ฎ.)  อัล-หะดีษที่เป็นสัจจะพยากรณ์ในเรื่องนี้ย่อมมีความกระจ่างชัดถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคลทั้งสาม ซึ่งสวนทางกับมายาคติในเชิงลบที่กลุ่มชนดังกล่าวพยายามสร้างขึ้น

 

เพราะอัล-หะดีษบทนี้เป็นหลักฐานยืนยันถึงความประเสริฐของท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ อัซ-ซะฮฺรออฺ (ร.ฎ.) ที่ถูกรายงานโดยท่านหญิงอาชิชะฮฺ (ร.ฎ.) และถูกบันทึกไว้ในเศาะฮีหฺ อัล-บุคอรียฺและมุสลิม ความประเสริฐของท่านหญิงฟาฏิมะฮฺอัซ-ซะฮฺรออฺ (ร.ฎ.) มีมากมายและสูงส่งยิ่ง  จึงเป็นเรื่องที่มีมติเห็นพ้อง (อิจญมาอฺ)  และมีการรายงานอย่างต่อเนื่องและท้วมท้นด้วยผู้รายงานเป็นจำนวนมาก (มุตะวาติร)  ผู้ใดปฏิเสธถึงความประเสริฐของท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ อัซ-ซะฮฺรออฺ (ร.ฎ.) ผู้นั้นย่อมสิ้นสภาพจากความเป็นมุสลิม (มุรตัด) วัลอิยาซุบิลลาฮฺ

 

และส่วนหนึ่งจากผู้ที่รายงานถึงความประเสริฐของท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ อัซ-ซะฮฺรออฺ (ร.ฎ.) ก็คือ ท่านหญิงอาอิชะฮฺ (ร.ฎ.)  หากท่านหญิงอาอิชะฮฺ (ร.ฎ.) เป็นศัตรูกับท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ อัซ-ซะฮฺรออฺ (ร.ฎ.) จริงอย่างที่กลุ่มชนนั้นพยายามสร้างมายาคติในเชิงลบแล้วไซร้ ท่านหญิงอาอิชะฮฺ (ร.ฎ.) ก็คงไม่รายงานอัล-หะดีษบทนี้ที่ระบุถึงฐานันดรอันสูงส่งของผู้เป็นศัตรูตามคำกล่าวอ้างของชนกลุ่มนั้นเป็นแน่แท้  ท่านเป็นผู้หนึ่งที่รายงานถึงความประเสริฐของอะฮฺลุลบัยต์ว่า "พวกท่านจงให้ความคัญให้เกียรติและยกย่องมุฮัมหมัด (ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม)  ในวงศ์วานของเขา" (จากอิบนุ อุมัร (ร.ฎ.) บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หะดีษเลขที่ 3713)

 

และอัล-หะดีษที่เราระบุข้างท้ายสัจจะพยากรณ์เรื่องนี้เกี่ยวกับการเข้าเยี่ยมอาการของท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ อัซ-ซะฮฺรออฺ (ร.ฎ.) โดยท่านอบูบักร (ร.ฎ.) ได้พยายามวิงวอนของความพึงพอใจจากท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ  (ร.ฎ.) จนในที่สุดเรื่องก็จบลงด้วยดี

 

คุตบะฮฺอีดิลอัฎฮา 1435 | สิทธิของผู้นำ และหน้าที่ของผู้ตาม

บรรยาย อ.อับดุลเลาะห์ และเยาะ Last up 1/10/14 t 18:20 น.

วันอะรอฟะฮฺและวันอีดิ้ลอัฎฮา 1435 Last up 27/9/14 t 10:34 น.

บทเรียนภาษาอาหรับ Last up 28/9/14 t 00:40 น.

งานเขียนตำราวิชาการ

 ريغكاسن باڬى سمفولن إيمان อะกีดะฮฺ (ภาษามลายู)

 علوم القرآن ความรู้เกี่ยวกับอัล-กุรอาน 

 نزهة المجلسيات ประวัติซอฮาบียาต (ซอฮาบียะฮฺหญิง) 

 مطالعة المجلس วิชามุฏอละอะฮฺ ภาษาอาหรับ 

 دليل الكشافة للفرقة الكشفية المجلسية วิชาลูกเสือ 

 الدرر المجلسية รวมบทซิลรุ้ลลอฮฺ

تلخيص المجلس آل البيت  ประวัติอะหฺลุ้ลบัยตฺ